empty
30.06.2026 04:15 AM
บทวิเคราะห์ EUR/USD ประจำวันที่ 30 มิถุนายน: ยูโรไม่อาจเทียบเท่ากับดอลลาร์ได้
This image is no longer relevant

คู่สกุลเงิน EUR/USD พยายามกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย ความผันผวนในวันแรกของการซื้อขายประจำสัปดาห์แทบจะไม่มีให้เห็นเลย โดยไม่มีเหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจัยพื้นฐาน หรือปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญใด ๆ เกิดขึ้น ในช่วงค่ำ ประธานธนาคารกลางยุโรป Christine Lagarde ได้กล่าวสุนทรพจน์ แต่คราวนี้เธอก็ไม่ได้ส่งสัญญาณใด ๆ ที่มีนัยสำคัญต่อบรรยากาศในตลาด ดังนั้น เทรดเดอร์จึงจำเป็นต้องตัดสินใจจากข้อมูลที่มีอยู่เดิม โดยไม่มีข้อมูลใหม่เพิ่มเติมเข้ามา

โดยภาพรวมแล้ว ยูโรยังคงอยู่ในระดับ “ต่ำ” และอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรรูดลงอย่างต่อเนื่อง และการร่วงลงครั้งนี้อาจถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยได้หลากหลายประการ เรายังคงมองว่าการอ่อนค่าของคู่เงินนี้ได้รับแรงขับเคลื่อนจากสถานะเก็งกำไร หรือข้อมูลวงในที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ควรเน้นย้ำว่าตลาดถูกครอบงำโดยทุนขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ได้มีข้อผูกมัดว่าจะต้องตอบสนองต่อเหตุการณ์หรือข่าวสารใด ๆ เสมอไป ผู้ทำหน้าตลาดสามารถเลือกเทรดไปในทิศทางใดก็ได้ แม้จะสวนทางกับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคก็ตาม ดังนั้น ไม่ใช่ทุกการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดจะมีความสมเหตุสมผลเสมอ เมื่อเราเห็นการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับเหตุผล ก็ไม่จำเป็นต้องพยายามสร้างปัจจัยขึ้นมาอธิบาย สิ่งที่สำคัญคือการตระหนักว่าการเคลื่อนไหวนั้นอาจไม่มีเหตุผลรองรับ หรืออาจเป็น “กับดัก” ที่ทุนใหญ่ปูทางไว้ล่วงหน้าเพื่อดักสภาพคล่องจากเทรดเดอร์รายย่อย

ในสัปดาห์นี้ สหรัฐฯ มีกำหนดประกาศรายงานสำคัญหลายฉบับที่เกี่ยวกับตลาดแรงงาน โดยประเด็นที่ควรจับตาเป็นพิเศษคือรายงาน Non-Farm Payrolls และอัตราการว่างงาน เดือนที่แล้วตลาดตอบสนองอย่างรุนแรงต่อยอดตัวเลข Non-Farm Payrolls ที่ออกมาสูง แต่ครั้งนี้ตลาดจะตอบสนองอย่างไรยังเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก ต้องไม่ลืมว่าตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดเลือกตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น ตลาดเพิกเฉยต่อการเข้มงวดนโยบายการเงินในยูโรโซน แต่กลับตอบรับกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตต่อเนื่องกันถึงเกือบสองสัปดาห์ รายงาน Non-Farm Payrolls ถูกนำมาสะท้อนในราคาอย่างเต็มที่ ขณะที่ข้อเท็จจริงเรื่องข้อตกลงชั่วคราวระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ กลับถูกมองข้ามไป นั่นหมายความว่าตลาดกำลังมองข้ามปัจจัยบวกทั้งหมดที่บ่งชี้ถึงโอกาสการแข็งค่าของยูโร ดังนั้น เราจึงมองว่าการเคลื่อนไหวในรอบนี้ไม่มีเหตุผลรองรับอย่างแท้จริง ในช่วงแรก ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความซับซ้อน และขณะนี้ก็ยังคงแข็งค่าต่อจากปัจจัยที่อ่อนลงกว่าเดิม ECB ได้เริ่มวงจรการเข้มงวดนโยบายการเงินไปแล้ว ขณะที่ Federal Reserve อาจจะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยได้จริงราวเดือนกันยายน แต่สิ่งที่ตลาดสะท้อนอยู่ตอนนี้กลับเป็นเพียงการเก็งล่วงหน้าถึงการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง

เรามองว่ายังไม่มีปัจจัยรองรับที่ชัดเจนสำหรับการร่วงลงต่อเนื่องของคู่เงินนี้ แต่ตลาดก็อาจตีความหาปัจจัยเหล่านั้นขึ้นมาได้เช่นกัน โดยหลักแล้ว การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลางรอบใหม่ใด ๆ ก็อาจกระตุ้นให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นได้ เช่นเดียวกับข้อมูลเชิงบวกที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับตลาดแรงงาน ถ้อยแถลงในเชิง Hawkish จากเจ้าหน้าที่ Fed ก็จะยิ่งสนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว ปัจจุบัน ตลาดจัดพอร์ตอยู่ในเชิง “ซื้อดอลลาร์สหรัฐ” เป็นหลัก ส่งผลให้เทรดเดอร์ตีความข่าวสารต่าง ๆ ผ่านมุมมองเชิงลบต่อยูโร ดังนั้น แม้ยูโรจะไม่มีเหตุผลพื้นฐานหนักแน่นที่จะต้องอ่อนค่าลงต่อ แต่ก็มีโอกาสที่จะอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐได้เช่นกัน ที่น่าสนใจก็คือ สัญญาณเชิงเทคนิคที่บ่งชี้โอกาสการกลับตัวของแนวโน้มได้เริ่มก่อตัวขึ้นมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่ตลาดก็ยังคงเลือกที่จะเพิกเฉยต่อสัญญาณเหล่านั้นอยู่

This image is no longer relevant

ความผันผวนเฉลี่ยของคู่สกุลเงิน EUR/USD ในช่วงห้าวันทำการล่าสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน อยู่ที่ 61 pips ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ “ปานกลาง” เราคาดว่าคู่นี้จะเคลื่อนไหวในช่วง 1.1365 ถึง 1.1487 ในวันอังคาร ช่องด้านบนของเส้นแนวโน้มเชิงเส้น (linear regression) หันหัวลง แสดงถึงการต่อเนื่องของแนวโน้มขาลง ขณะที่ดัชนี CCI เข้าเขตขายมากเกินไป และได้เกิดสัญญาณ bullish divergence ขึ้นแล้วสองครั้ง เตือนถึงความเป็นไปได้ที่แนวโน้มขาลงอาจใกล้สิ้นสุดอีกครั้ง

แนวรับใกล้เคียง:

  • S1 – 1.1414
  • S2 – 1.1353
  • S3 – 1.1292

แนวต้านใกล้เคียง:

  • R1 – 1.1475
  • R2 – 1.1536
  • R3 – 1.1597

คำแนะนำในการเทรด:

คู่เงิน EUR/USD ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง ซึ่งคาดว่าเป็นเพียงการปรับฐานภายในแนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนบนกรอบเวลาแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ ปัจจัยพื้นฐานในภาพรวมต่อดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็นลบ แต่ในปี 2026 ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ก่อน และตามมาด้วยท่าทีแบบแข็งกร้าวของ Fed ได้ช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อราคาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ สามารถพิจารณาเปิดสถานะขายโดยมีเป้าหมายที่ 1.1353 และ 1.1292 ขณะที่สถานะซื้อเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ยังคงมีความน่าสนใจ โดยมีเป้าหมายที่ 1.1536 และ 1.1597 ฝั่งขาย (bears) ในขณะนี้แข็งแกร่งเป็นพิเศษทั้งที่ยังไม่มีเหตุผลชัดเจนรองรับ

คำอธิบายรูปประกอบ:

  • ช่อง Regression ใช้ช่วยระบุแนวโน้มปัจจุบัน หากทั้งสองช่องชี้ไปในทิศทางเดียวกัน แสดงว่าแนวโน้มมีความแข็งแกร่ง;
  • เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (ตั้งค่า 20,0, smoothed) ใช้บ่งชี้แนวโน้มระยะสั้นและบอกทิศทางที่ควรดำเนินการเทรดในช่วงเวลาปัจจุบัน;
  • ระดับ Murray เป็นระดับเป้าหมายของการเคลื่อนไหวและการปรับฐานของราคา;
  • ระดับความผันผวน (เส้นสีแดง) บ่งชี้กรอบราคาที่มีแนวโน้มว่าคู่เงินจะเคลื่อนไหวอยู่ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยอิงจากตัวชี้วัดความผันผวนในปัจจุบัน;
  • เมื่อดัชนี CCI เข้าเขตขายมากเกินไป (ต่ำกว่า -250) หรือเขตซื้อมากเกินไป (สูงกว่า +250) จะเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มมีโอกาสกลับตัวไปในทิศทางตรงข้ามใกล้เข้ามา



Recommended Stories

หากไม่สะดวกคุยในตอนนี้
ระบุคำถามไว้ได้ใน แชท.