อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
02.07.2026 02:26 PMรู้เท่าทันจึงป้องกันได้ แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าโตเกียวจะเลือกไม่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า เยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าการอ่อนค่าต่อเนื่องของสกุลเงินญี่ปุ่นอาจกระตุ้นให้เกิดการแทรกแซงรอบใหม่ ช่วงเวลานั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: เทรดเดอร์กำลังรอข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ และวันหยุดในสหรัฐฯ ในวันถัดไปยิ่งทำให้สภาพคล่องเบาบางลง ช่วงเวลาแบบนี้เองที่เม็ดเงินก้อนใหญ่สามารถกดให้ค่า USD/JPY ร่วงลงได้แรงกว่าปกติ
ตามรายงานของ Reuters เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นอาจเลิกใช้แนวทางเดิมในการส่งสัญญาณเจตนารมณ์ล่วงหน้า การแทรกแซงในเดือนเมษายนเกิดขึ้นหลังจากมีคำเตือนออกมาก่อนมากมาย ทำให้ตลาดเตรียมตัวรับมือไว้แล้ว สำนักข่าวเชื่อว่า ยุทธวิธีใหม่ที่ไม่ให้สัญญาณทางวาจาอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าในการบีบให้กลุ่มเก็งกำไรที่ถือสถานะชอร์ตเยนต้องถอยทัพ
ความระมัดระวังของรองรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง Atsushi Mimura เป็นหลักฐานสะท้อนเรื่องนี้ได้ดี เจ้าหน้าที่รายนี้เลี่ยงการใช้วลีมาตรฐานที่ว่า “พร้อมดำเนินการอย่างกล้าหาญ” ความเงียบอาจตีความได้สองทาง: โตเกียวอาจใช้ “ความไม่คาดคิด” เป็นอาวุธก่อนการแทรกแซงรอบใหม่ หรือทางการพร้อมจะปล่อยให้เยนอ่อนค่าต่อไปอีกก่อนค่อยลงมือ อย่างไรก็ดี Mimura ยืนยันว่าความเคลื่อนไหวในตลาดเมื่อเดือนเมษายนเป็นการกระทำที่ “จงใจอย่างชัดเจน” และฝั่งวอชิงตันก็ไม่มีการคัดค้าน
ที่น่าสนใจก็คือ ฝั่งหมี USD/JPY ยังมีไพ่ลับอยู่ การที่กิจกรรมทางธุรกิจในญี่ปุ่นยังขยายตัวต่อเนื่อง และความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะสูงเกินเป้าหมาย ทำให้ BoJ มีเหตุผลรองรับในการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุก เดิมตลาดคาดว่าจะมีช่วงห่างราวหกเดือนระหว่างการปรับขึ้นแต่ละครั้ง โดยอิงเดือนธันวาคมเป็นหลัก แต่ตอนนี้นักลงทุนให้น้ำหนักความเป็นไปได้ของการเข้มงวดนโยบายการเงินในเดือนตุลาคมมากกว่า 60%
ทิศทาง USD/JPY และส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย
ปัญหาคือเหตุผลทางการเงินต้องเผชิญหน้ากับการเมือง นายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ส่งสัญญาณว่าเธอชอบนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากกว่าการเข้มงวดทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเก็งกำไรเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะต่อต้านการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดของ BoJ นี่เองที่ผลักให้เงินเยนอ่อนค่าลงไปแตะระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่ปี 1986 ท่ามกลางความคาดหวังว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เทรดเดอร์บางส่วนเริ่มพูดคุยกันอย่างจริงจังว่าอัตราแลกเปลี่ยน USD/JPY อาจขยับไปถึงระดับ 200
การคาดการณ์ของธนาคารต่าง ๆ แตกต่างกันไป แต่ล้วนแล้วแต่มีภาพที่เลวร้ายสำหรับเงินเยน T. Rowe Price มองระดับ 169 เป็นกรณีเลวร้ายที่สุด Mizuho Bank ระบุระดับ 170 และ Sumitomo Mitsui Financial Group เปิดโอกาสให้เห็นระดับ 180 ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่ Monex Group และ Blue Edge Advisors ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่อัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นไปแตะ 200 หาก BoJ ยังคงตามไม่ทันวัฏจักรนโยบายการเงิน
ดังนั้นชะตากรรมของคู่เงิน USD/JPY จึงขึ้นอยู่กับว่าใครจะยอมถอยก่อนระหว่างโตเกียวที่พร้อมใช้เงินสำรอง หรือธนาคารกลางญี่ปุ่นที่มุ่งมั่นจะเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไปแม้จะถูกกดดันจากรัฐบาล กระทรวงการคลังจะสามารถเอาชนะบรรดาเก็งกำไรด้วยอาวุธแบบเดียวกันคือ “ความเงียบ” ได้หรือไม่?
ในเชิงเทคนิค บนกราฟรายวัน แท่งเทียนแบบ pin-bar ที่เกิดขึ้นบริเวณยอดของแนวโน้มขาขึ้นในคู่เงิน USD/JPY ได้ถูกเล่นตามสัญญาณเรียบร้อยแล้ว การหลุดระดับต่ำสุดของแท่งดังกล่าวที่ 162.2 เปิดโอกาสให้เปิดสถานะขายได้ มีเหตุผลที่จะเพิ่มสถานะขายหากราคายืนต่ำกว่าระดับ 161.5 ได้อย่างมั่นคง
You have already liked this post today
*บทวิเคราะห์ในตลาดที่มีการโพสต์ตรงนี้ เพียงเพื่อทำให้คุณทราบถึงข้อมูล ไม่ได้เป็นการเจาะจงถึงขั้นตอนให้คุณทำการซื้อขายตาม

